ERP เหมาะกับใคร
ธุรกิจค้าส่งและ SME ที่ต้องการลดงานซ้ำระหว่างแผนก
เริ่มจากทบทวนขั้นตอนการทำงาน ข้อมูลที่ใช้อยู่ และผู้รับผิดชอบแต่ละส่วน เพื่อกำหนดขอบเขตระบบที่เหมาะกับทีม ก่อนย้ายข้อมูลและเริ่มใช้งานจริง
ปรึกษาและขอ Demo →ขอบเขตโซลูชัน
✓ ภาพรวมธุรกิจและรายงาน
✓ จัดการสินค้าและคลัง
✓ งานจัดซื้อและซัพพลายเออร์
✓ การขายและข้อมูลการเงิน
รายละเอียดฟีเจอร์ การเชื่อมต่อ และความพร้อมใช้งานจะยืนยันระหว่างการประเมินและ Demo
จากกระบวนการทำงานสู่ระบบที่ใช่
01 สำรวจงานปัจจุบัน
รวบรวมปัญหาและข้อมูลที่ต้องใช้ กำหนดเป้าหมายที่ทีมสามารถตรวจสอบได้
02 วางขอบเขตและทดลอง
เลือกลำดับการเริ่มใช้ ตรวจสอบสิทธิ์และการเชื่อมต่อด้วยสถานการณ์จริง
03 เตรียมทีมและติดตามผล
วางแผนนำเข้าข้อมูล ฝึกใช้งาน และทบทวนผลหลังเริ่มต้น
เชื่อมต่อกับภาพรวมธุรกิจ
แนวทาง Connected Platform ของ PDStudio มุ่งให้แต่ละผลิตภัณฑ์ทำงานแยกกันได้ และเชื่อมข้อมูลผ่าน Platform Core/API ตามขอบเขตที่ตกลง การเชื่อมต่อแต่ละระบบต้องตรวจสอบความพร้อมก่อนใช้งาน
ดูแนวทางประเมินราคา →เพิ่งเริ่มศึกษา? อ่าน ERP คืออะไร และวิธีเตรียมธุรกิจก่อนใช้ระบบ →
ERP ช่วยจัดระเบียบงานระหว่างแผนกอย่างไร
ERP คือระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรที่จัดข้อมูลและกระบวนการธุรกิจให้สัมพันธ์กัน เหมาะกับทีมที่เริ่มติดข้อจำกัดจากการแยกไฟล์จัดซื้อ สต็อก และการขาย เป้าหมายในการเลือกระบบควรเป็นความถูกต้องของข้อมูลและขั้นตอนที่ตรวจสอบได้ มากกว่าจำนวนเมนูที่มี
ตัวอย่างขั้นตอนที่ควรนำมาทดลองกับระบบ
ใช้เป็นแนวทางเตรียม Demo รายละเอียดแต่ละขั้นต้องตรวจตามขอบเขตที่ระบบรองรับ
สำรวจความต้องการสินค้า
เริ่มจากรายการสินค้า หน่วยนับ คงเหลือ และคำสั่งซื้อที่รอส่ง ระบุว่าใครเป็นผู้ตรวจสอบความต้องการก่อนสั่งซื้อ
จัดซื้อและรับเข้า
ใช้ตัวอย่างการซื้อหนึ่งรายการทดสอบข้อมูลซัพพลายเออร์ จำนวนสั่งซื้อ และจำนวนรับจริง รวมกรณีรับสินค้าไม่ครบ
ขายและส่งมอบ
ตรวจว่าทีมขายและคลังใช้รหัสสินค้าชุดเดียวกันได้อย่างไร ทดลองรายการขาย การส่งสินค้า และการคืนสินค้าในขอบเขตที่ต้องใช้
ตรวจยอดและรายงาน
เทียบยอดคงเหลือกับเอกสารต้นทาง และทบทวนรายงานที่ผู้บริหารต้องใช้ตัดสินใจ ระบุความถี่ในการตรวจข้อมูลของแต่ละทีม
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเริ่ม
- รายการสินค้า รหัสสินค้า หน่วยนับ และยอดตั้งต้นที่ตรวจนับแล้ว
- ข้อมูลลูกค้าและซัพพลายเออร์ที่ลบรายการซ้ำแล้ว
- ตัวอย่างเอกสารซื้อ ขาย รับเข้า และคืนสินค้า
- รายชื่อผู้ใช้งาน ผู้อนุมัติ และขอบเขตข้อมูลที่แต่ละฝ่ายควรเห็น
สิ่งที่ควรตรวจใน Demo
- ทดสอบรายการตั้งแต่จัดซื้อถึงขายด้วยข้อมูลตัวอย่างของธุรกิจ
- ตรวจวิธีแก้เอกสารผิด การคืนสินค้า และการตรวจย้อนหลัง
- ยืนยันรูปแบบไฟล์นำเข้า และความรับผิดชอบในการตรวจยอดก่อนย้ายจริง
- ระบุระบบบัญชีหรือบริการอื่นที่ต้องเชื่อม พร้อมตรวจ API และค่าใช้จ่ายแยก
คำถามเกี่ยวกับ ERP
ERP ต่างจาก POS อย่างไร?
ERP เน้นภาพรวมงานหลายฝ่าย เช่น จัดซื้อ คลัง และการขาย ส่วน POS เน้นกระบวนการขายหน้าร้าน ธุรกิจที่มีทั้งสองส่วนควรเริ่มจากระบุข้อมูลที่ต้องส่งต่อ แล้วตรวจการเชื่อมต่อจริงก่อนตัดสินใจ
เริ่มใช้ ERP ทั้งองค์กรพร้อมกันหรือไม่?
ไม่จำเป็น ควรเลือกงานที่มีข้อมูลพร้อมและผู้รับผิดชอบชัดเจนก่อน แล้ววางแผนขยายตามผลการทดลองและความพร้อมของทีม
นำข้อมูลจาก Excel เข้ามาได้หรือไม่?
ต้องตรวจรูปแบบและคุณภาพข้อมูลก่อน ขอรูปแบบไฟล์ที่ระบบรองรับและทดลองนำเข้าชุดเล็กเพื่อเทียบยอด ขอบเขตการย้ายข้อมูลต้องยืนยันกับทีมงาน
ERP รวมระบบบัญชีและการเชื่อมต่อทุกอย่างแล้วหรือไม่?
อย่าถือว่ารวมโดยอัตโนมัติ ควรระบุเอกสารทางบัญชี รายงาน และโปรแกรมที่ต้องใช้ร่วมกัน แล้วให้ทีมงานยืนยันขอบเขตและค่าใช้จ่าย
โซลูชันที่เกี่ยวข้อง
ERP
เชื่อมงานจัดซื้อ การขาย สต็อก และภาพรวมธุรกิจ ให้ทีมทำงานจากข้อมูลชุดเดียวกัน
- ✓ ภาพรวมธุรกิจและรายงาน
- ✓ จัดการสินค้าและคลัง
- ✓ งานจัดซื้อและซัพพลายเออร์
CRM
จัดระเบียบข้อมูลลูกค้า ติดตามโอกาสขาย และวางแผนการติดต่อลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
- ✓ ฐานข้อมูลลูกค้าและผู้สนใจ
- ✓ Sales Pipeline และโอกาสขาย
- ✓ กิจกรรมและการติดตามลูกค้า
PDPOS
ดูแลงานขายหน้าร้าน สินค้าคงเหลือ และงานซ่อม ช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวของร้านชัดเจนขึ้น
- ✓ ขายสินค้าและรับชำระเงิน
- ✓ สินค้าและสต็อกคงเหลือ
- ✓ ใบรับซ่อมและข้อมูลลูกค้า
Project Management
วางแผนงาน มอบหมายผู้รับผิดชอบ และติดตามความคืบหน้าของทุกโครงการในพื้นที่เดียว
- ✓ โครงการและงานย่อย
- ✓ มอบหมายงานและทีม
- ✓ กำหนดส่งและ Milestones